ตลาดแฟชั่น-นาฬิกาหรู ดิ้นพิษโควิด-19

ตั้งแต่มีการแพร่เชื้อของโควิด-19 มานั้นต้องยอมรับเลยว่า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรก็ได้รับผลกระทบหมดไปตามๆกัน นายรอนนี่ โกรเวอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอนนี่ อินเตอร์-เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากต่างประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซเมืองไทย ส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาดสินค้าแฟชั่นเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของพฤติกรรมการซื้อสินค้าและจำนวนเงินในการจับจ่าย ทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนแผนงานเกือบทั้งหมดด้วยการปรับโครงสร้างและช่องทางการขายใหม่

โดยได้โยกช่องทางจำหน่ายไปยังออนไลน์ 80% และออฟไลน์หรือหน้าร้าน 20% พร้อมทั้งจัดตั้งบริษัท กรู๊ฟ แอนด์ กรู๊ฟวี่ ดอทคอม จำกัดขึ้นมา เพื่อดูแลการจำหน่ายสินค้ากลุ่มแฟชั่นไลฟ์สไตล์ นาฬิกา และรองเท้าในช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะ ควบคู่กับการจับมือกับมาร์เก็ตเพลซ ทั้งช้อปปี้และลาซาด้า เป็นต้น พร้อมกับปิดสาขา 35 แห่ง ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเหลือหน้าร้านไว้เพียง 2 สาขา ได้แก่ สุขุมวิท 47 และระยอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวแบรนด์ ขณะที่ในส่วนของพนักงานทุกคนก็พร้อมเข้าใจและสามารถเลือกตัดสินใจได้ว่าใครพร้อมจะอยู่ต่อกับบริษัทหรือจะรับชดเชยตามกฎหมายกำหนด จากเดิมที่บริษัทมีสัดส่วนยอดขายที่มาจากออนไลน์ 30% และออฟไลน์ 70%

“ปี 2563 ยอมรับว่าเป็นปีที่บริษัทต้องอยู่นิ่ง ๆ สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ทำให้บริษัทต้องรัดเข็มขัด 100% เพื่อทำให้เจ็บตัวน้อยที่สุด อะไรที่เคยทำในช่วงโควิดตั้งแต่ต้นปี ไม่ว่าจะเป็นการชะลอแผนงาน ปิดสาขา โฟกัสการขายไปยังช่องทางออนไลน์ ก็จะยังคงทำแบบเดิม และจะไม่มีการนำเข้าสินค้าใหม่ ๆ โดยส่วนตัวมองว่า วัคซีนจะเป็นความหวังของทุกฝ่าย และน่าจะต้องใช้เวลาอีกราว 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างนี้ทำอย่างไรเราถึงจะอยู่รอดได้”

ซีอีโอบริษัท รอนนี่ อินเตอร์-เทรดดิ้ง กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ด้วยการนำเข้าหน้ากากอนามัยแบรนด์แอรินั่ม (Airinum) จากประเทศสวีเดนเข้ามาทำตลาด โดยหน้ากากอนามัยดังกล่าว มีคุณสมบัติในการป้องกัน PM 2.5 ได้ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายพรีเมี่ยม ราคาตั้งแต่ 2,790 บาท ล่าสุดได้เตรียมสต๊อกสินค้าเพิ่มอีกกว่า 3,000-4,000 ชิ้น และคาดว่าในปี 2564 จะสามารถสร้างยอดขายได้หลักหมื่นชิ้นขึ้นไป