วิธีทำให้ชุดว่ายน้ำหดลง เปลี่ยนชุดว่ายน้ำตัวเก่าให้เป็นตัวใหม่

วิธีทำให้ชุดว่ายน้ำหดลง เปลี่ยนชุดว่ายน้ำตัวเก่าให้เป็นตัวใหม่

เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มจะดูเป็นไปในทางที่ดีขึ้น หลาย ๆ คนก็คงรู้สึกอึดอัดอยากจะเที่ยวกันไม่ใช่น้อยใช่มั้ยคะ แน่นอนค่ะว่าช่วงที่โควิดระบาดนั้นเป็นช่วงหน้าร้อนที่น้ำทะเลบ้านเราสวยที่สุด หลายคนต่างต้องยกเลิกทริปเที่ยวทะเลไป หรือเลื่อนออกไปเดือนอื่น แม้ว่าตอนนี้จะเข้าครึ่งปีหลังแล้วและดูเหมือนว่าจะเข้าหน้าฝนแล้วด้วย แต่ด้วยความที่โปรโมชั่นของโรงแรมที่ออกมาอย่างจัดหนักจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นที่ ภูเก็ตตรัง, เกาะหลีเป๊ะ, เกาะเต่า เกาะนางยวน, หัวหิน, เกาะช้าง, พัทยา, ชลบุรี, และระยอง ทั้งยังมีโครงการเราเที่ยวด้วยกันของรัฐมาช่วยออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ก็ยิ่งเพิ่มความกระหายอยากออกไปแตะขอบฟ้ากันบ้างใช่มั้ยละคะ 😛

แน่นอนค่ะว่าผู้เขียนบทความเองก็มีความคิดเช่นนั้น และทะเลก็เป็นหนึ่งในสถานที่แรก ๆ ที่ผู้เขียนนึกนึกเช่นกัน แม้ว่ามันจะเข้าฤดูฝน แต่มันเป็นเพียงโอกาศเดียวที่เราสามารถสัมผัสห้องสุดหรูหราจากทางโรงแรมในราคาที่เอื้อมถึง และยังเป็นหนทางเดียวที่เราจะได้รูปสวย ๆ โดยที่ไม่ต้องมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติร่วมเฟรมเป็นกรู๊ปทัวร์ ทั้งยังได้เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้งกิจการเล็กใหญ่ไปในตัว

แต่เมื่อพูดทะเลแล้ว ก็ต้องนึกถึงชุดว่ายน้ำหรือบิกินี่สวย ๆ สุดแซ่บกันใช่มั้ยคะ บางคนช่วงที่ปิดโควิดก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของน้ำหนักไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นชุดว่ายน้ำของคุณมีขนาดใหญ่เกินไปเนื่องจากคุณลดน้ำหนัก หรือคุณซื้อขนาดที่ผิดมาก รวมถึงวัสดุที่ทำชุดว่ายน้ำเริ่มยืดออกเมื่อเวลาผ่านไป

คุณอาจต้องการลดขนาดของชุดแทนที่จะลงทุนซื้อชุดใหม่ เนื่องจากชุดว่ายน้ำส่วนใหญ่มักทำจากวัสดุ เช่นไลคร่า, สแปนเด็กซ์, โพลีเอสเตอร์ และไนลอน ซึ่งทำให้ยากต่อการหดเส้นใยเหล่านี้ให้เล็กลง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้! คุณลองใช้น้ำร้อนเดือด และแช่ชุดว่ายน้ำของคุณจากนั้น นำไปอบให้แห้ง หรืออาจจะลองรีดชุดที่ชื้นบนความร้อนต่ำ เพื่อให้ชุดค่อยๆหดตัวลง คุณอาจต้องใช้ความพยายาม 2-3 ครั้ง หากคุณต้องการย่อขนาดลงตามขนาดที่คุณต้องการ

การใช้เครื่องอบผ้า เพื่อให้ชุดว่ายน้ำหดลง

1. กลับชุดของคุณเอาด้านในออกมา

อันดับแรกกลับชุดของคุณเอาด้านในออกมา เพื่อเป็นการป้องกันเม็ดสีของชุดซีดจาง ก่อนที่ซักและต้มด้วยน้ำร้อน จากนั้นอบให้แห้ง การทำเช่นนี้จะเป็นการป้องกันสีลอกหรือสีซีดจางได้ หากมีฟองน้ำภายในชุดคุณควรเอาฟองน้ำนั้นออกก่อนด้วยนะคะ

2. ขั้นตอนการซักล้าง

เติมน้ำเย็นลงในอ่างและใช้น้ำยาซักผ้าแบบอ่อนโยนที่ไม่มีสารฟอกขาวหรือสีย้อม และล้างชุดว่ายน้ำของคุณด้วยน้ำเย็น เพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกสิ่งสกปรกหรือคราบต่าง ๆ หากมีคราบครีมกันแดดตกค้าง, ทราย หรือสิ่งสกปรกบนชุดว่ายน้ำของคุณ เมื่อคุณเอาเข้าเครื่องอบแห้ง อาจจะทำให้ชุดของคุณแข็งและไม่ยืดหยุ่นได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำความสะอาดก่อน ที่สำคัญหลีกเลี่ยงการใส่ชุดว่ายน้ำของคุณลงในเครื่องซักผ้า เนื่องจากการกระแทกที่หยาบ สามารถยืดเส้นใยของชุดได้

3. แช่ชุดว่ายน้ำลงในน้ำเดือด

คุณอาจจะใช้กาน้ำร้อนต้มน้ำหรือใช้ำไมโครเวฟ เพื่อทำให้น้ำเดือด จากนั้นจุ่มชุดว่ายน้ำลงในน้ำเดือด แล้วปล่อยจนกว่าน้ำจะเย็นลงซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 ถึง 20 นาที ความร้อนจากน้ำเดือดจะทำให้เส้นใยของชุดหดตัวลง และมันจะหดลงอีกเมื่อมีการเอาเข้าเครื่องเป่าให้แห้ง

4. เอาชุดเข้าเครื่องอบผ้า

น้ำชุดของคุณใส่ในเครื่องอบผ้าและตั้งค่าสูงสุดที่มีอยู่ เพื่อการหดตัวที่เหมาะสมที่สุด คุณควรการตั้งค่าสูงสุดและเวลาที่ยาวนานที่สุดที่คุณสามารถเลือกได้  ซึ่งเครื่องอบแห้งส่วนใหญ่สามารถทำงานได้ประมาณ 60-70 นาที

เมื่ออบเสร็จแล้ว ให้นำชุดว่ายน้ำออกแล้ววางไว้ข้างด้านที่อุณหภูมิห้อง จากนั้นปล่อยให้ชุดค่อย ๆ เย็นลงเอง เพื่อระบายความร้อน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

5. ทำซ้ำ

ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง เพื่อค่อยๆหดตัวชุด โดยที่คุณลองสวมชุดทุกครั้งที่มันแห้งสนิท เพื่อดูว่ามันมีขนาดที่เหมาะสมหรือไม่  ถ้าไม่ให้คุณทำซ้ำจนกว่าจะได้ขนาดที่พอเหมาะ แต่การทำซ้ำนั้นคุณไม่จำเป็นต้องล้างชุดว่ายน้ำให้สะอาดแล้วนะคะ หากทำมากกว่า 3 ครั้งแล้วยังไม่ได้ขนาดที่พอเหมาะ คุณอาจจะต้องซื้อชุดว่ายน้ำตัวใหม่

คำเตือน: อย่าใช้วิธีนี้บ่อยเกินไป เนื่องจากความร้อนที่สูง จะทำให้สีของชุดสูทไม่สดใส และอาจทำให้ทนทานน้อยลง

เปลี่ยนชุดว่ายน้ำตัวเก่าให้เป็นตัวใหม่

การใช้วิธีรีดชุดว่ายน้ำให้ลดลง ด้วยเตารีด

1. ล้างทำความสะอาด

เริ่มจากล้างทำความทะอาดชุดของคุณด้วยน้ำเย็นและน้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีสารฟอกขาวและสีย้อม (หรือใช้สบู่ก็ได้ค่ะ) จากนั้นบีบน้ำส่วนเกินออกให้หมด

2. ขั้นตอรีดชุดว่ายน้ำ

ก่อนจะเริ่มรีดชุดว่ายน้ำให้หาผ้าฝ้ายหรือผ้าเช็ดหน้ามาวางทับชุดว่ายน้ำ ห้ามวางเตารีดลงบนชุดว่ายน้ำที่เปียกชื้น เพราะจะทำให้วัสดุเสียหายได้

เปิดเตารีด และตั้งค่าความร้อนต่ำหรือปานกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากชุดว่ายน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูง มันอาจจะใช้เวลานานในการรีดพอสมควร

กดเตารีดลงอย่างช้า ๆ เนื่องจากคุณกำลังใช้การตั้งค่าความร้อนต่ำ โดยขั้นตอนนี้คุณอาจจะใช้เวลาอย่างน้อย 10 นาที การกดลงไปด้วยแรงนั้น เพื่อให้ความร้อนของธาตุเหล็กแทรกซึมผ่านผ้าที่ป้องกันและเข้าไปยังชุดว่ายน้ำได้จากนั้นให้พลิกชุดว่ายน้ำเป็นระยะ ๆ เพื่อรีดทั้งสองด้านอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ทำครบทั้งสองด้านของชุด ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะต้องลงเอยด้วยด้านใดด้านหนึ่งที่หดและด้านหนึ่งที่ยังคงขนาดเดิม 😛

รีดผ้าต่อไปจนกว่าน้ำจะระเหยหมด อาจใช้เวลา 10 นาทีหรือมากกว่านั้น เมื่อน้ำส่วนใหญ่หายไปและชุดว่ายน้ำเกือบแห้งสนิท คุณก็สามารถหยุดได้