เทคนิคเลือกกางเกงยีนส์สำหรับผู้ชาย

เราพูดถึงกางเกงยีนส์หรือเดนิมหลายคนคงจะรู้อยู่แล้วว่ามันคือไอเท็มที่ใส่ง่าย ใส่ได้ทั้งงานทางการหรือแม้กระทั่งวันหยุดสุดสัปดาห์ ในเมื่อมันดูดี ดูแลง่าย และคุ้มขนาดนี้ เราขอแนะนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกกางเกงยีนส์ ให้เข้ากับคุณกันค่ะ

ก่อนอื่นเราขอแนะนำทรงของกางเกงยีนส์ให้รู้จักกันเสียก่อน

Skinny – หรือที่เราเรียกกันติดปากว่ากางเกงสกินนี่ ทรงที่เน้นรัดสัดส่วนชัดเจน ไล่ตั้งแต่สะโพกไปจนถึงปลายขา

Slim – ขยับความสบายขึ้นมาจากรุ่นสกินนี่เล็กน้อย แต่ยังมีความแนบขาอยู่ตั้งแต่ช่วงขาจนถึงน่อง โดยจะทิ้งปลายขาไม่รัดข้อเท้า

Straight – ทรงที่สวมใส่ง่าย มีความเข้ารูปแต่ไม่ถึงกับรัด มีความเป็นทรงตรงที่เราเรียกกันคือทรงกระบอกนั่นเอง

Relaxed – กางเกงที่มีทรงหลวม ไม่แนบเนื้อ สบายตัว ให้นึกถึงกางเกงทรงจ๊อกกิ้งแต่ปลายขาไม่จัมป์

Loose/Oversize – กางเกงที่มาในขนาดใหญ่โคร่ง โดยไม่มีส่วนไหนรัดเลยนอกจากช่วงเอวของผู้สวมใส่

สรีระของผู้ชายออกเป็น 5 แบบ โดยคำนึงถึงท่อนบนของร่างกาย เพราะนั่นเป็นจุดหลักที่จะนำสายตาไล่ไปสู่ช่วงขา

1. Thin & Straight

ผู้ชายที่มีรูปร่างผอมและมีลำตัวเป็นเส้นตรง ถ้ามีปัญหาว่าดูตัวเล็กผอมแกร็น จริงๆ การเลือกกางเกงยีนส์ก็มีส่วนช่วยให้รูปร่างดูสมส่วนขึ้นได้

DO:Slim & Straight: ทรงสลิมหรือทรงตรงจะเสริมสร้างให้มีเนื้อขามากขึ้น ด้วยทรงที่ยังมีความรัดบางส่วน จะทำให้ร่างกายยังคงเป็นทรงอยู่

Loose/Oversize: ทรงโอเวอร์ไซส์จะสร้างสไตล์ที่ดูเท่ให้คุณได้ แต่ขอให้เลือกกางเกงที่สร้างมาเป็นทรงโอเวอร์ไซส์จริงๆ เพราะถ้าเลือกมาผิด สุดท้ายเดี๋ยวจะกลายเป็นลุง

DON’T:Skinny: ชายไทยที่ผอมจัดหลายคนยังคงเลือกใส่กางเกงสกินนี่กันอยู่ ในความจริงแล้วมันทำให้พวกคุณดูผอมและไม่แข็งแรงด้วยท่อนขาที่ดูเล็กแบบนั้น (ไม่พูดถึงเรื่องสไตล์พังก์)

Relaxed: ทรงกางเกงที่ดูหลวมเกินไปอาจจะทำให้ดูมีอายุและเกิดความไม่คล่องตัว

2. Athletic Men  

ชายที่เอวบางแต่มีกล้ามช่วงหน้าอกและหัวไหล่เล็กน้อย ทรงร่างกายแบบนี้จะหาเสื้อผ้าใส่ได้ง่ายกว่าปกติ

DO:Skinny & Slim: สองทรงนี้ใส่ออกมาแทบจะให้ผลลัพธ์เท่ากัน เพราะถ้าคุณไม่ได้เป็นคนที่ผอมมาก ยังมีเนื้อขาที่ได้จากการออกกำลังกายอยู่บ้าง คุณก็จะสามารถใส่กางเกงทรงนี้ที่เน้นรูปร่างให้ออกมาดูดีได้

DON’T:Baggy Jeans: กางเกงที่มีกระเป๋าด้านข้างยื่นออกมา มันทำให้ทรงขาสวยๆ ของคุณถูกบดบัง อีกทั้งทำให้ตัวคุณดูตันขึ้นอีกด้วย

3. Muscular Men

หนุ่มๆ ที่กำลังปั้นกล้ามกันอยู่จงฟังอย่างตั้งใจ เพราะต่อจากนี้ร่างกายคุณจะเปลี่ยนไป ทำให้ทรงกางเกงของคุณต้องถูกขยับ เนื่องจาก Legs Day ของคุณที่เล่นกันมาอย่างหนักหน่วง

DO:Straight & Relaxed: ต่อจากนี้สองทรงนี้จะกลายเป็นกางเกงเข้ารูปของพวกคุณ ลองพยายามหากางเกงที่มีการเข้ารูปช่วงสะโพกและทรงขาตรงไม่รัดมาก เช่น ทรงกระบอก จะช่วยทำให้ขาคุณยังทรงสวยและดูรูปร่างสูงโปร่งขึ้นอีกด้วย

DON’T:Skinny & Slim: กางเกงทรงสกินนี่หรือสลิมไม่น่าจะใส่ออกมาแล้วเหมือนอย่างเคย จากทรงที่ดูเข้ารูปสวยกลับกลายเป็นเลกกิ้งที่รัดติ้ว ก็จริงอยู่ที่มันอาจจะรัดจนเห็นกล้ามขาที่คุณอุตส่าห์เล่นมา แต่ถ้ามองว่าดูดีไหม มันก็จะออกตันๆ นิดหน่อย

4. Men With Wide Hips

เชื่อว่าหลายคนที่นั่งทำงานออฟฟิศจะเกิดรูปร่างที่ท่อนบนเล็กแต่ลงพุงและมีสะโพกที่ผาย นั่นเป็นสัญญาณเตือนคุณผู้ชายว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับไปฟิตรูปร่างให้เข้าที่อย่างที่เคย

DO:Straight & Relaxed: อาจจะยากหน่อยสำหรับคนที่มีสะโพก แต่เทคนิคคือการเลือกกางเกงยีนส์สองทรงนี้ในไซส์ที่ใหญ่ขึ้นราวหนึ่งไซส์ เพื่อจะได้สวมใส่สบายขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ต้องดูไม่หลวมเกินไป เพราะจะทำให้ดูย้วยไปทั้งตัว

DON’TSkinny & Slim: ถ้าพวกคุณยังคงอยากใส่ทรงสกินนี่หรือสลิม เราไม่ได้ว่าอะไร แต่อยากจะบอกว่ากางเกงทรงนี้มันเน้นสะโพกของพวกคุณมากๆ ทำให้ดูมีทรวดทรงที่ดูเป็นผู้หญิงกว่าปกติ

Loose: ทรงหลวมอาจจะรอด ถ้าคุณรูปร่างสูงใหญ่แบบฝรั่ง แต่ถ้าคนเอเชียที่ตัวเล็กๆ อย่างเราใส่ก็น่าจะดูย้วยไปทั้งตัว

5. Big Men

ผู้ชายตัวใหญ่ทั้งหลาย ทางออกของพวกคุณไม่ยาก เพียงแค่ต้องหากางเกงที่ใช่กับทรงที่ถูกต้องเท่านั้น แต่ที่สำคัญต้องลองก่อนซื้อทุกครั้ง

DO:Relaxed & Loose: ทรงที่ใส่ได้แน่ๆ และเซฟสุดๆ คือสองทรงนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องลอง อย่าให้ทรงกางเกงของคุณที่กำลังจะเลือกใส่นั้นใหญ่เกินความจำเป็น

DON’T:Skinny & Slim: ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะยีนส์สกินนี่หรือสลิมจะทำให้สัดส่วนของคุณผิดทุกอย่าง ท่อนบนใหญ่กลม ท่อนล่างเล็กตรง มันจะดูคล้ายกับไม้เสียบลูกชิ้นอย่างไรอย่างนั้นหลังจากที่เลือกทรงยีนส์ได้แล้ว ก็ลองไปดูขั้นตอนต่อไปว่าจะเลือกทรงขาเต่อ ขากอง ขาพอดี สุดแล้วแต่ใจคุณจะชอบ แต่ขอเน้นย้ำอีกที ไม่ว่าจะเลือกทรงไหน ขอให้ลองก่อน แล้วคุณจะเห็นภาพรวมทั้งหมดของร่างกายคุณ